บทสวดและการบูชา พระพรหม หรือท้าวมหาพรหม

มีนาคม 27, 2016 admin No comments

Brahma_Pra_Phom_02

บทสวดและการบูชา พระพรหม หรือท้าวมหาพรหม พระพรหมสี่หน้า

การประดิษฐานเทวรูปพระพรหม ควรใช้โต๊ะหรืออาสนะที่ประดิษฐานปูด้วยผ้าขาว หากเป็นการประดิษฐานในเทวาลัย เทวาลัยควรเป็นสีขาวหรือสีอ่อนอีกทั้งเครื่องบูชาควรเป็นดินเผาสีอ่อน แต่หากเป็นการประดิษฐานบนโต๊ะหมู่บูชา ควรเป็นโต๊ะหมู่ที่ทำด้วยไม้สักเคลือบเงาหรือเคลือบด้าน หรือทำด้วยไม้ชนิดใดก็ได้ที่มีสีอ่อนหรือทาสีขาว ไม่ควรใช้โต๊ะหมู่บูชาลายทอง ลายฝังมุก และโต๊ะหมู่สีดำ

สุคนธบูชาที่ควรใช้สำหรับการบูชาพระพรหม ควรเป็นดอกมะลิ ดอกโมก ดอกแก้ว ดอกดาวเรือง รวมไปถึงธูปและกำยานซึ่งควรใช้กลิ่นมะลิ กลิ่นดอกบัว กลิ่นดอกโมก ส่วนน้ำมันหอมระเหยควรใช้น้ำมันมะกรูด (Bergamot) และน้ำมันซีดาร์วูด (Cedarwood) นอกจากนี้สัตว์มงคลประจำพระองค์อย่างหงส์นั้น สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบฝรั่ง (Swan) แบบไทย และแบบพม่า โดยควรจัดถวายเพียงตัวเดียว

เครื่องสังเวยสำหรับจัดถวายพระพรหม ห้ามถวายเนื้อสัตว์เด็ดขาด ควรจัดถวายขนมทุกชนิดที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ และมีสีขาวเป็นหลัก โดยเน้นที่รสหวานอ่อนๆ หรืออาจใช้ธัญพืชแทน อาทิ จำพวกถั่ว งา เผือก มัน เมล็ดบัวที่ทำสุกแล้วแทนขนมก็ได้ และหากต้องการถวายผลไม้ ก็สามารถถวายผลไม้ถวายได้ทุกชนิด แต่ผลไม้ที่มีผู้ถวายบูชากันมากที่สุด คือ มะพร้าว สาลี่ ชมพู่ กล้วย

การปฏิบัติบูชานอกเหนือจากการสักการะพระพรหม เพื่อถวายเป็นกุศลบูชาแด่พระองค์ ควรบริจาคเงินหรือจัดให้มีการแสดงธรรมเทศนา หรือการเสวนาธรรมในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการประชุม สัมมนาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และการฟื้นฟูจิตวิญญาณ อีกทั้งการบริจาคเงินหรือจัดสร้างสถานปฏิบัติธรรมในศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู ล้วนเป็นการสร้างกุศลเพื่อถวายแด่พระองค์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ จิตใจอันปราศจากความโลภ จิตใจอันบริสุทธิ์ที่ต้องการจะสร้างกุศลอย่างแท้จริง มิใช่หวังเพียงเพื่อขอลาภสักการะ

การเตรียมการสักการบูชาพระพรหม (ตามหลักไทย) ในครั้งแรกควรเตรียมมะพร้าวอ่อน 2 ลูก , กล้วยน้ำว้า 2 หวี , ช้างไม้ 1 คู่ , ว่าว 1 ตัว , พวงมาลัย 1 พวง โดยให้จุดธูป 9 ดอก สำหรับการไหว้พระพักตร์แรก และควรทำการสักการบูชาในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ควรไหว้พระพรหมให้ครบทั้ง 4 พระพักตร์ เริ่มจากพระพักตร์กลางเป็นพระพักตร์แรก แล้วเดินวนไปทางซ้ายมือตามเข็มนาฬิกา จนวนกลับมาในตำแหน่งเดิม ส่วนการสักการบูชาพระพรหมตามคติของศาสนาฮินดู ก่อนสวดบูชาพระพรหม ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศก่อนทุกครั้ง ซึ่งเป็นกฎการไหว้เทพเจ้าทุกพระองค์ของศาสนาพราหมณ์ฮินดูในทุกๆ นิกาย

คาถาบูชาพระพรหมแบบสั้นๆ สำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มบูชาพระองค์ท่าน ควรใช้ โอม พรหมมะเทวายะ นะมะฯ หรือ โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ

หรือ

โอม พระพรหมา ปฏิพาหายะ
ทุติยัมปิ พระพรหมา ปฏิพาหายะ
ตะติยัมปิ พระพรหมา ปฏิพาหายะ

หรือจะใช้ คาถาบูชาพระพรหมซึ่งเป็นคาถาที่นิยมใช้ และใช้สำหรับบูชาพระพรหม (เอราวัณ) ก็ได้ ดังนี้

โอม ปะระเมสะนะมัสการัม องการนิสสะวะ รัง พรหมเรสสะยัม
ภู ปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะโมโทติลูกปัม ทะระมา ยิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม สะทานันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเต นะมัตเต จะ อะการัง ตโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมัน ตะรามา กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม สัมโภภะ กลโลทิวะทิยัม มะตัมยะ

บทสวดสรรเสริญพระพรหม

โอม สารบัม กฮาลวิดาอี พรหมมา (3 จบ)
โอม สัตยัม กฮานัม อานันดัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อานันตัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อัมรึตัม พรหมมา
โอม สัตยัม กฮานัม อาบโฮยัม พรหมมา
โอม มยามาตมาฮา พรหมมา
โอม ปรากนอานาม อานันดัม พรหมมา
โอม ตัต สัต โอม

ความหมาย :
ทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ถูกสร้างโดยพระพรหมมา
ขอน้อมสักการะพระพรหมมา ผู้เป็นความจริงอันสูงสุด
พระองค์คือความสุข พระองค์คือสรรพความรู้
พระองค์คือสิ่งที่อยู่อย่างนิรันดร์
พระองค์คือสิ่งอันเป็นอมตะ
พระองค์คือสิ่งผู้กล้าหาญเหนือผู้อื่นใด
สรรพความรู้และความสุขทั้งหลายคือพระพรหมมา
ทุกอณูของเราทั้งหลายจึงขอถวายแด่พระพรหมมา

บทสวดพระพรหมของพุทธ (เลือกสวดบทใดก็ได้)

– โองการพินธุนาถัง อุปปันนัง
พรหมมาสะหะปะตินามะ
อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมังทิสะวา
นะโมพุทธายะ วันทะนังฯ

– โอม พรหมมะเณ นะมะ โองการพินทุ นาถังอุปปันนาถัง
สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมัง
พรหมมาสะหัมปะตินามัง ทิสสะวา นะโมพุทธายะ วันทานัง

– โอม พระพรหมมา ปฏิพาหายะ
ทุติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ
ตะติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ

– พรหมมาจิตตัง ปิยังมะมะ
นะชาลีติ นะมะพะทะ
นะมะอะอุ เมกะอะอุ

– ปิโย เทวะ มะนุสสานัง ปิโย พรหมมา นะมุตตะมัง
ปิโย นาคะ สุปันณานัง ปินินทะริยัง นะมามิหัง

อนึ่ง การกราบไหว้สักการะเทวรูป พระพรหม หากไม่แน่ใจว่าเป็น พระพรหม ของฮินดู (ผู้สร้างโลก)
หรือเป็นพระพรหมของพุทธศาสนา (ผู้ทรงพรหมวิหาร) ให้สวดบูชาทั้ง 2 คติ ไม่เป็นการผิดบาปแต่อย่างใด เนื่องจากการสักการะเทวรูปพรหมในคติหนึ่งแล้ว
ระลึกไปถึงอีกคติหนึ่ง จะนำมาซึ่งสิริมงคลจากทั้ง 2 ศาสนา (พุทธ-พราหมณ์)

Related Posts

Scroll to Top
image